สำเร็จ แบบ นักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จ แซม อัลท์แมน ทำอย่างไร

สำเร็จ แบบ นักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จ ระดับโลก แซม อัลท์แมน ต้องทำอย่างไร

สำเร็จ

สำเร็จ หรือ เรื่องราวในบทความที่คุณกำลังจะอ่านต่อจากนี้ไป เป็นความคิดเห็นโดยตรงจาก แซม อัลท์แมน นักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จและถือว่าเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกในขณะนี้ เพราะเขาคือผู้สร้าง ChatGPT และเป็นผู้ก่อตั้งบริษัท OpenAI ที่ทำให้ปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence: AI) เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ซึ่งต่อจากนี้ไป สรรพนามบุคคลที่หนึ่ง หรือ คำแทนตัวเองว่า “ผม” จะหมายถึงตัว แซม อัลท์แมน (Sam Altman) ผู้ซึ่งให้ความเห็นโดยตรง (บทความนี้แปลและเรียบเรียงจากภาษาอังกฤษ)

 

ขณะที่ผม “แซม อัลท์แมน” เฝ้าสังเกตผู้ก่อตั้งหลายพันราย และครุ่นคิดอย่างมาก ว่าอะไร คือ สิ่งที่ต้องทำเพื่อสร้างรายได้มหาศาล หรือ สร้างบางสิ่งที่สำคัญ ซึ่งโดยปกติแล้วผู้คนต้องการอย่างแรก แล้วสุดท้ายก็ต้องการอย่างหลังอยู่ดี ต่อไปนี้เป็นแนวคิด 13 ข้อในการบรรลุความสำเร็จที่ไม่ธรรมดา หากคุณได้ไปถึงระดับพื้นฐานของความสำเร็จด้วยการทำงานหนักแล้ว แต่ ต้องการทำงานบางอย่างเพื่อเปลี่ยนความสำเร็จนั้นให้กลายเป็นความสำเร็จเหนือชั้น บทความนี้จะช่วยให้คุณทำมันได้ง่ายขึ้น มากไปกว่านั้นส่วนใหญ่ในบทความนี้สามารถใช้ได้กับทุกคน

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แซม อัลท์แมน
นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ แซม อัลท์แมน

สำเร็จ ได้ง่ายๆ ถ้าทำได้ 13 ข้อต่อไปนี้ 

1. ขยายตัวเองออกไปให้มากที่สุด

การขยายตัว คือ ความมหัศจรรย์ และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่ง  ธุรกิจขนาดเล็กที่มีมูลค่าเติบโต 50% ในแต่ละปีจะเติบโตเป็นยักษ์ใหญ่ในเวลาอันสั้น มีบริษัทเพียงไม่กี่แห่งทั่วโลก บริษัทเหล่านี้มีผลกระทบอย่างแท้จริงและมีความสามารถในการขยายตัวเอง เมื่อเทคโนโลยีก้าวหน้า สิ่งต่างๆก็มีความเป็นไปได้มากขึ้นเรื่อยๆ การค้นหาและการสร้างความสำเร็จ มันคุ้มค่ากับความพยายามอย่างยิ่ง

คุณต้องพัฒนาตัวเองในแนวเส้นโค้งแบบเอ็กซ์โพเนนเชียล คุณควรตั้งเป้าหมายให้ชีวิตของคุณเป็นไปตามวิถีที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ สิ่งสำคัญ คือ ต้องก้าวไปสู่อาชีพที่สร้างผลกระทบจริงๆ งานส่วนใหญ่ งานทั่วๆไป มีความก้าวหน้าค่อนข้างเป็นเส้นตรง

คุณคงไม่อยากทำงาน ในที่ที่คนทำงานมาแค่ 2 ปีมีประสิทธิผล เท่ากับ คนที่ทำงานมาเป็น 20 ปีได้ แต่ คนเก่าแก่ ดันได้ตำแหน่งสูงๆ ดังนั้นเมื่ออาชีพของคุณก้าวหน้าไป แต่ละหน่วยงานที่คุณอยู่ คุณควรทำให้ผลลัพธ์เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ มีหลายวิธีในการบรรลุผลกระทบนี้ รวมถึง การหาเงินทุน เทคโนโลยี การสร้างแบรนด์ เครือข่าย และ การจัดการบุคลากร

การมุ่งเน้นที่การเพิ่มศูนย์อีกตัวให้กับทุกสิ่งที่คุณกำหนดให้เป็นตัวชี้วัดความสำเร็จ เช่น เงิน สถานะ หรือ ผลกระทบต่อโลกจะเป็นประโยชน์ ผมยินดีที่จะใช้เวลาให้มากเท่าที่จำเป็นระหว่างโครงการต่างๆ เพื่อหางานต่อไป แต่ผมอยากให้มันเป็นโปรเจ็กต์ที่หากประสบความสำเร็จ จะทำให้อาชีพที่เหลือของผมดูเหมือนไม่จำเป็นอีกต่อไป

คนส่วนใหญ่ติดอยู่ในโอกาสเชิงเส้น ยินดีกับโอกาสเล็กๆ น้อยๆ มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงแค่ขั้นตอนเล็กๆที่อาจเกิดขึ้น

ผมเชื่อว่าข้อได้เปรียบทางการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรหรือส่วนบุคคล คือ การคิดระยะยาวด้วยมุมมองที่กว้างว่า ระบบที่หลากหลายของโลกจะเข้ากันได้อย่างไร ลักษณะเด่นประการหนึ่งของการเติบโตแบบทบต้น คือ ปีที่ไกลที่สุดเป็นปีที่มีความสำคัญที่สุด ในโลกที่น้อยคนนักที่จะมองในระยะยาว ตลาดจะให้รางวัลตอบแทนอย่างมากมายแก่ผู้ที่คิดเช่นนั้น

เชื่อถือตัวเลขที่เพิ่มขึ้น อดทน แล้วคุณจะประหลาดใจ

 

2. อย่ามั่นใจในตนเองมากเกินไป

ความเชื่อในตนเองนั้นทรงพลังอย่างเหลือเชื่อ คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดที่ผมรู้จักเชื่อมั่นในตัวเอง…จนเกือบถูกหลอก

การเจริญเติบโตที่รวดเร็วไม่ว่าจะทางธุรกิจหรือเรื่องใดๆ ยิ่งคุณมีข้อมูลมากเท่าไรว่าการตัดสินใจของคุณก็จะดีขึ้นตามนั้น และยังสามารถทำให้ผลลัพธ์ออกมาดีได้อย่างสม่ำเสมอ นั่นทำให้คุณยิ่งเชื่อมั่นในตัวเองมากขึ้นเท่านั้น

หากคุณไม่เชื่อในตัวเอง ก็ยากที่จะมีความคิดที่นอกกรอบไปข้างหน้า เพราะ คุณค่าส่วนใหญ่ถูกสร้างขึ้น ณ จุดนี้

ผมจำได้เมื่อไม่กี่ปีก่อนที่ Elon Musk พาผมไปเยี่ยมชมโรงงาน SpaceX เราพูดคุยกันโดยละเอียดเกี่ยวกับวิธีการสร้างจรวดทุกส่วน แต่สิ่งที่ผมจำได้ คือ สีหน้ามั่นใจอย่างยิ่งขณะพูดถึงการส่งจรวดขนาดใหญ่ไปยังดาวอังคาร ผมคิดว่า ‘โอ้ นั่นคือ เกณฑ์มาตรฐานของความสำเร็จ’

การจัดการขวัญกำลังใจของตนและขวัญกำลังใจของทีม ถือเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด เรื่องนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยหากไม่มีความมั่นใจ และน่าเสียดาย ยิ่งคุณมีความทะเยอทะยานมากเท่าไร โลกก็จะยิ่งพยายามดึงคุณตกต่ำมากขึ้นเท่านั้น

คนที่ประสบความสำเร็จส่วนใหญ่ มักพูดถูกเกี่ยวกับอนาคตของตนเอง และจะมีอย่างน้อยหนึ่งครั้งที่พวกเขาคิดผิด

ความเชื่อในตนเอง จะต้องสมดุลกับการตระหนักรู้ในตนเอง ก่อนนี้ผมเกลียดและหลีกเลี่ยงการวิพากษ์วิจารณ์ทุกรูปแบบ ตอนนี้ผมพยายามฟัง โดยคิดเสมอว่านั่นเป็นเรื่องจริง และ ตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามนั้นหรือไม่ การค้นหาความจริงอาจเป็นเรื่องยากและบางครั้งก็เจ็บปวด แต่นี่คือสิ่งที่แยกความเชื่อในตนเองออกจากการหลงผิดในตนเอง

 

3. เรียนรู้ที่จะคิดอย่างอิสระ

การเป็นผู้ประกอบการสอนกันได้ยากมาก เพราะการคิดแบบเดิมนั้นแก้ยาก  โรงเรียนไม่ได้จัดตั้งขึ้นเพื่อสอนเรื่องนี้ ในทางปฏิบัติ เราต้องจะชดเชยด้วยสิ่งที่ตรงกันข้าม นั่นคือ คุณต้องพัฒนาตัวเอง

การคิดตามหลักการ และ พยายามสร้างแนวคิดใหม่ๆ เป็นเรื่องสนุก รวมถึง การค้นหาคนที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเหล่านั้นด้วย การพัฒนาแนวคิดให้ดีขึ้นเป็นวิธีที่ดี แต่ขั้นตอนต่อจากนั้น คือ การหาวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการทดสอบแนวคิดเหล่านี้ในโลกแห่งความเป็นจริง

“ผมคงจะต้องล้มเหลวหลายครั้ง แต่มั้นต้องมีสักครั้งหนึ่งที่มันจะสำเร็จได้จริงๆ” นี่คือ วิถีผู้ประกอบการ คุณต้องให้โอกาสพวกเขามากมายกว่าที่เขาจะโชคดี

บทเรียนที่ทรงพลังที่สุดอย่างหนึ่งในการเรียนรู้ คือ คุณจะสามารถคิดได้ว่าต้องทำอะไรในสถานการณ์ที่ดูเหมือนจะไม่มีวิธีแก้ปัญหา ยิ่งคุณทำเช่นนี้มากเท่าไรคุณก็จะยิ่งเชื่อมั่นมากขึ้นเท่านั้น จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้มาจากการเรียนรู้ว่า เมื่อล้มแล้วสามารถลุกขึ้นมาใหม่ได้

 

4. ‘ขาย’ เก่ง

ความเชื่อมั่นในตนเองยังไม่พอ คุณต้องสามารถโน้มน้าวผู้อื่นถึงสิ่งที่คุณเชื่อได้

งานที่ยอดเยี่ยมทุกงานจะกลายเป็นงานขายในวันใดวันหนึ่งหนึ่ง สื่อสารกับ ลูกค้า ผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นผู้ที่จะร่วมงานกัน สื่อ นักลงทุน ฯลฯ สิ่งนี้จำเป็นต้องมีวิสัยทัศน์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจ ทักษะการสื่อสารที่แข็งแกร่ง ความสามารถพิเศษ และ ความน่าเชื่อถือของความสามารถในการดำเนินการของคุณ

การสื่อสารที่ดี โดยเฉพาะการสื่อสารด้วยลายลักษณ์อักษร ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า คำแนะนำที่ดีที่สุดในการสื่อสารให้ชัดเจน คือ ต้องแน่ใจว่าความคิดของคุณชัดเจนก่อน จากนั้นจึงใช้ภาษาที่กระชับและเข้าใจง่าย

วิธีที่ดีที่สุดที่จะขายดี คือ เชื่อมั่นในสิ่งที่คุณขายอย่างแท้จริง ขายสิ่งที่คุณเชื่อจริงๆ มันจะรู้สึกดี ไม่เหมือนกับการพยายามขายน้ำมันพรายเก๊ๆที่คุณคงรู้สึกแย่

การมีความเชี่ยวชาญในการขายก็เหมือนกับการพัฒนาทักษะอื่นๆ ใครๆ ก็สามารถทำให้ดีขึ้นได้ด้วยการฝึกฝนอย่างตั้งใจ แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม บางทีอาจเป็นเพราะความรู้สึกไม่ดีกับการขาย หลายๆ คนจึงไม่อยากจะเรียนรู้มัน

เคล็ดลับการขายที่ยอดเยี่ยมอีกอย่างหนึ่งของผม คือ การไปในที่ๆที่มีเรื่องสำคัญๆทุกครั้ง เมื่อตอนที่ผมเริ่มต้น ผมจะบินไปนู้นมานี่อยู่ตลอด แต่จริงๆแล้ว บ่อยครั้งมันไม่จำเป็น แต่มีอยู่สามครั้งที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนในอาชีพการงานสำหรับผมไปในทิศทางที่แตกต่างออกไป

 

5. เปิดใจรับความเสี่ยง

คนส่วนใหญ่ประเมินความเสี่ยงสูงเกินไปและประเมินผลตอบแทนต่ำไป เป็นไปไม่ได้ที่จะเป็นคนเราจะถูกตลอดเวลา ดังนั้นการเสี่ยงจึงเป็นเรื่องสำคัญ คุณต้องปรับตัวอย่างรวดเร็วด้วยการพยายามให้มากและเรียนรู้ให้มากขึ้น

การรับความเสี่ยงตั้งแต่เนิ่นๆ ในอาชีพการงานของคุณมักจะง่ายกว่า ไม่มีอะไรให้สูญเสียมากนัก แต่กลับกันอาจได้รับอะไรมากมาย เมื่อคุณมาถึงจุดที่คุณได้ทำหน้าที่พื้นฐานแล้ว คุณควรลองเสี่ยงเล็กๆ ค้นหาความเสี่ยงเล็กๆ น้อยๆ ที่จะทำให้คุณขาดทุนแค่ 1 เท่าหากคุณผิด แต่กำไร 100 เท่าหากคุณประสบความสำเร็จ จากนั้นวางเดิมพันที่ใหญ่กว่า แล้วค่อยๆเดินไปในทิศทางนั้น

แต่ทำอะไรเดิมๆหรืออยู่ในคอมฟอร์ตโซนนานเกินไป เรามักจะพบปัญหากับผู้ก่อตั้งที่ทำงานที่ Google หรือ Facebook มาเป็นเวลานานๆ เมื่อผู้คนคุ้นเคยกับชีวิตที่สะดวกสบาย อาชีพที่คาดเดาได้ และชื่อเสียงในการประสบความสำเร็จ ไม่ว่าพวกเขาจะทำอะไรก็ตาม ก็เป็นเรื่องยากมากที่จะหลุดพ้นจากมัน (ผู้คนมักมีความสามารถที่น่าทึ่งเสมอในการปรับไลฟ์สไตล์การใช้เงินของตนให้เข้ากับเงินเดือนปีหน้า) มันเป็นเรื่องง่ายและเป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะให้ความสำคัญกับผลประโยชน์ระยะสั้นและความสะดวกสบาย มากกว่าความสำเร็จในระยะยาว

แต่เมื่อคุณไม่ได้อยู่บนลู่วิ่งไฟฟ้า คุณสามารถใช้เวลาทำสิ่งที่น่าสนใจสำหรับตัวคุณเองได้ มันขึ้นอยู่กับสัญชาตญาณของคุณ การรักษาชีวิตให้อยู่ในที่เอื้อมถึงง่ายและยืดหยุ่นให้นานที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ แต่เห็นได้ชัดว่า มันมาพร้อมกับข้อเสีย

นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ
นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ

 

6. โฟกัส

สมาธิเป็นตัวคูณของแรงที่มองไม่เห็น

เกือบทุกคนที่ผมพบจะใช้เทคนิคนี้ได้เป็นอย่างดี ด้วยการใช้เวลามากขึ้นในการคิดว่าจะมุ่งเน้นไปที่สิ่งใด มุ่งเน้นไปที่การทำสิ่งที่ถูกต้อง เพราะมันสำคัญกว่าการทำงานเป็นเวลานานหลายชั่วโมง คนส่วนใหญ่เสียเวลาไปกับสิ่งที่ไม่สำคัญเป็นส่วนใหญ่

เมื่อคุณคิดออกแล้วว่าต้องทำอะไร ให้ทำงานอย่างไม่เหน็ดเหนื่อยเพื่อจัดการเรื่องสำคัญ ส่วนการทำเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ให้เสร็จอย่างรวดเร็ว ผมยังไม่พบคนทำแบบนี้แล้วประสบความสำเร็จมากนัก

 

7. ทำงานหนัก

หากคุณเทียบ การทำงานอย่างชาญฉลาด กับ ทำงานหนัก คุณสามารถไปถึงความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ โดยการทำงานอย่างชาญฉลาด 90 เปอร์เซ็นต์ แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังต้องมีอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ที่หมายความว่าคุณจะต้องแข่งขันกับคนอื่นๆ ที่มีความสามารถมากซึ่งมีความคิดที่ยอดเยี่ยมและเต็มใจที่จะทำงานหนัก

คนสุดขั้วย่อมได้รับผลลัพธ์สุดโต่ง มันก็มีเหตุผลอย่างยิ่งที่จะตัดสินว่า จะไม่ทำงานหนัก เพราะการทำงานมากเกินไปอาจทำให้เสียชีวิตได้ แต่ก็มีข้อดีหลายประการ เช่นเดียวกัน สิ่งต่างๆ ส่วนใหญ่ มักจะมีโมเมนตัมในการเติบโตขึ้น และความสำเร็จก็จะก่อให้เกิดแบบนั้น เช่นกัน

ความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดประการหนึ่งของชีวิต คือ การค้นหาจุดประสงค์ของคุณ แล้วบรรลุเป้าหมายนั้น คุณจะค้นพบว่าคุณมีอิทธิพล มีความสำคัญ ต่อสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าคุณ เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้ก่อตั้งธุรกิจสตาร์ทอัพรายหนึ่ง ได้แสดงความประหลาดใจอย่างยิ่ง เพราะเขารู้สึกมีความสุขและเติมเต็มมากขึ้น หลังจากลาออกจากงานในบริษัทขนาดใหญ่ แล้วมาทำงานเพื่อสร้างผลกระทบสูงสุด การทำงานหนักมาอย่างยาวนานเป็นสิ่งที่ต้องเฉลิมฉลอง

ยังไม่ชัดเจนว่าทำไมการทำงานหนักถึงกลายเป็นเรื่องเลวร้ายในบางประเทศ  อย่างไรก็ตาม คุณต้องหาวิธีทำงานหนักโดยไม่เหนื่อย ผู้คนมักจะค่อยๆพบกลยุทธ์ของตัวเองสำหรับเรื่องนี้ แต่กลยุทธ์หนึ่งที่ใช้ได้ผลเกือบทุกครั้ง คือ การค้นหาสิ่งที่คุณต้องการทำ กับ คนที่คุณชอบใช้เวลาอยู่ด้วยบ่อยๆ

คุณคงคิดว่า คนประสบความสำเร็จ ไม่ต้องทำงานอีกแล้วทั้งชีวิต คิดแบบนี้มันจะทำให้คุณเสียประโยชน์ เพราะในความเป็นจริง ประสิทธิภาพการทำงานดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในตัวทำนายความสำเร็จในระยะยาวที่ใหญ่ที่สุด

อีกหนึ่งความคิดเกี่ยวกับการทำงานหนัก ทำงานหนักตั้งแต่เนิ่นๆในอาชีพของคุณ มันจะเหมือนกับดอกเบี้ย ยิ่งคุณเริ่มทำงานหนักเร็วเท่าไร คุณก็ยิ่งมีเวลารับตอบแทนผลประโยชน์มากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ ถ้าคุณไม่ต้องมีความรับผิดชอบอื่นๆ หรือมีเรื่องอื่นๆให้ต้องคิดน้อยเท่าใด การทำงานหนักก็จะยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น …แต่กรณีนี้ก็ไม่เสมอไปนัก

 

8. จงกล้าหาญ

ผมเชื่อว่าการเริ่มต้นธุรกิจที่ยากนั้นง่ายกว่าการเริ่มต้นธุรกิจที่ง่าย ผู้คนต้องการมีส่วนร่วมในสิ่งที่น่าสนใจและรู้สึกว่างานของพวกเขามีความสำคัญ

หากคุณกำลังก้าวหน้าในเรื่องสำคัญ คุณจะมีคนติดตามคุณอย่างไม่หยุดยั้งและต้องการช่วยคุณ จงกล้าทะเยอทะยานให้มากขึ้นและอย่ากลัวที่จะทำสิ่งที่คุณอยากทำจริงๆ

หากคนอื่นกำลังก่อตั้งบริษัทบางอย่างและคุณก็ต้องการก่อตั้งบริษัทแบบเดียวกันเป๊ะ ก็ทำเลย เพราะผลลัพธ์ก็เดาได้ไม่ยากเลย

ทำตามความอยากรู้ของคุณ บ่อยครั้งสิ่งที่ดูเหมือนน่าสนใจสำหรับคุณก็น่าจะน่าสนใจสำหรับผู้อื่นเช่นกัน

สำเร็จ แบบ แซม อัลท์แมน
สำเร็จ แบบ แซม อัลท์แมน

 

9. เป็นคนดื้อรั้น

ความลับที่ยิ่งใหญ่ คือ คุณสามารถเปลี่ยนโลกตามที่คุณต้องการได้ในอัตราที่น่าประหลาดใจ คนส่วนใหญ่เพียงแต่ยอมรับสิ่งต่างๆ ตามที่เป็นอยู่ โดยไม่ได้พยายามอะไรเลยด้วยซ้ำ

ผู้คนมีความสามารถมหาศาลในการทำสิ่งต่างๆ ให้เกิดขึ้น การผสมผสานระหว่างความสงสัยในตัวเอง การยอมแพ้เร็วเกินไป และ การไม่พยายามมากพอทำให้คนส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงศักยภาพของตนเองได้

ถามตัวเองในสิ่งที่คุณต้องการ ปกติแล้วคุณจะไม่เข้าใจมันหรอก แล้วการถูกปฏิเสธมักจะเป็นเรื่องที่เจ็บปวด แต่พอสิ่งนี้ได้ผล มันก็ทำงานได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์

เกือบทุกครั้ง คนที่พูดว่า “ผมจะทำต่อไปจนกว่าสิ่งนี้จะได้ผล และผมจะหาทางออกไม่ว่าจะเจอความยากลำบากเพียงใด” และประสบความสำเร็จอย่างแท้จริง พวกเขายืนหยัดมานานพอที่จะให้โอกาสตัวเองได้รับโชค

Airbnb เป็นเกณฑ์มาตรฐานของผมสำหรับสิ่งนี้ มีเรื่องราวมากมายที่พวกเขาบอกว่าผมไม่แนะนำให้ลอง ( ใช้บัตรเครดิตทุกใบในแฟ้ม 3 ห่วง 9 ช่องที่เด็กๆ ใช้สำหรับการ์ดเบสบอล กินซีเรียลทุกมื้อเพื่อประหยัด ต่อสู้ครั้งแล้วครั้งเล่า ด้วยความตั่งใจอย่างแน่วแน่และไม่หยุดที่จะทำมันต่อๆ ไป ) พวกเขารอดมาได้นานพอที่จะเจอโชคดี

คุณต้องมองโลกในแง่ดีจึงจะมีกำลังใจ หวังว่านี่จะเป็นลักษณะบุคลิกภาพที่สามารถปรับปรุงได้ด้วยการฝึกฝน ผมไม่เคยพบคนมองโลกในแง่ร้ายที่ประสบความสำเร็จมากนัก

 

10. คนอื่นๆแข่งกับคุณได้ยาก

คนส่วนใหญ่เข้าใจว่าบริษัทที่แข่งขันได้ยากนั้น มีคุณค่ามากกว่า นี่เป็นสิ่งสำคัญและเป็นความจริงอย่างเห็นได้ชัด

อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ยังใช้กับคุณในฐานะบุคคลด้วย หากคนอื่นสามารถทำสิ่งที่คุณทำได้ ในที่สุดพวกเขาก็จะทำได้โดยใช้เงินน้อยลง

วิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ยากต่อการแข่งขัน คือ การสร้างประโยชน์ คุณสามารถทำเช่นนี้ได้ เช่น ผ่านความสัมพันธ์ส่วนตัว การสร้างแบรนด์ส่วนบุคคลที่แข็งแกร่ง หรือ การใช้ประโยชน์จากจุดตัดของสาขาวิชาต่างๆ มีกลยุทธ์อื่นๆ อีกมากมาย แต่คุณต้องหาวิธีที่จะทำมัน

คนส่วนใหญ่ทำทุกอย่างที่คนที่พวกเขาออกไปเที่ยวด้วยทำ พฤติกรรมเลียนแบบนี้มักเป็นความผิดพลาด หากคุณทำแบบเดียวกับที่คนอื่นทำ การแข่งขันก็ไม่ใช่เรื่องยาก

 

11. สร้างเครือข่าย

สิ่งที่ยิ่งใหญ่ต้องมาเป็น “ทีม” การพัฒนาเครือข่ายคนที่มีความสามารถเพื่อร่วมงานด้วย บางครั้งก็ใกล้ชิดและบางครั้งก็หลวมๆ เป็นส่วนสำคัญของอาชีพที่ยอดเยี่ยม ขนาดของเครือข่ายคนที่มีความสามารถจริงๆ ที่คุณรู้จัก มักจำกัดสิ่งที่คุณสามารถทำได้

วิธีสร้างเครือข่ายที่มีประสิทธิภาพ คือ ช่วยเหลือผู้คนให้ได้มากที่สุด การทำเช่นนี้ในระยะยาวส่งผลให้ได้รับโอกาสในการทำงานที่ดีที่สุด ซึ่งมันคือ 3 ใน 4 ของการลงทุนที่ดีที่สุด ผมประหลาดใจอย่างต่อเนื่อง เพราะ สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นกับผมบ่อยครั้ง เกิดจากการช่วยเหลือผู้ก่อตั้ง (Start-up Founder) ที่พบเจอกันเมื่อ 10 ปีที่แล้ว

หนึ่งในวิธีที่ดีที่สุดในการสร้างเครือข่าย คือ การสร้างชื่อเสียงในการดูแลคนที่คุณทำงานด้วยอย่างแท้จริง มีน้ำใจในการแบ่งปันจุดแข็งของคุณ มันจะกลับมาหาคุณสิบเท่า เรียนรู้ที่จะประเมินสิ่งที่ผู้คนทำได้ดีและให้พวกเขาอยู่ในบทบาทเหล่านั้น ( นี่คือ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ผมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการ ) คุณต้องมีชื่อเสียงในการผลักดันผู้คนอย่างหนัก หนักเพียงพอที่จะประสบความสำเร็จมากกว่าที่พวกเขาคิดว่าพวกเขาจะทำได้ 

ทุกคนดีกว่าคนอื่นในทางใดทางหนึ่ง กำหนดตัวเองด้วยจุดแข็ง ไม่ใช่จุดอ่อน ยอมรับจุดอ่อนของคุณและหาวิธีแก้ไข แต่อย่าปล่อยให้ความอ่อนแอนั้น มาขัดขวางสิ่งที่คุณต้องการทำ “ผมทำ X ไม่ได้เพราะผมไม่เก่ง Y” เป็นคำพูดที่ผมได้ยินบ่อยครั้งอย่างน่าประหลาดใจจากผู้ประกอบการ และ มันมักจะสะท้อนถึงการขาดความคิดสร้างสรรค์ วิธีที่ดีที่สุดในการชดเชยจุดอ่อนของคุณ คือ การจ้างสมาชิกในทีมที่เกื้อกูลกัน แทนที่จะจ้างคนที่เก่งในเรื่องเดียวกับคุณ

ส่วนที่สำคัญอย่างยิ่งของการสร้างเครือข่าย คือ ความสามารถในการค้นหาผู้ที่มีความสามารถที่ยังไม่ได้ใช้ การค้นพบความฉลาด แรงผลักดัน และความคิดสร้างสรรค์ เทคนิคนี้มันจะง่ายมากขึ้นด้วยการฝึกฝน วิธีที่ง่ายที่สุดในการเรียนรู้ คือ การพบปะผู้คนมากมาย ติดตามว่าใครทำให้คุณประทับใจและใครไม่ประทับใจ คุณกำลังมองหาและเน้นเปอร์เซ็นต์ที่เพิ่มขึ้นเล็กๆของการปรับปรุงและพัฒนาเป็นหลัก อย่าประเมินค่าประสบการณ์ของคุณต่ำ หรือ ประเมินค่าความสำเร็จในปัจจุบันสูงเกินไป

เมื่อไหร่ก็ตามที่ผมพบคนใหม่ๆ ผมจะพยายามถามตัวเองว่า “คนนี้คือคนที่ให้พลังบวกหรือเปล่า?” นี่เป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากในการค้นหาผู้คนที่มีศักยภาพในการบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่

เทคนิคพิเศษของการพัฒนาเครือข่าย คือ การหาคนสำคัญที่สามารถเดิมพันกับคุณได้ ซึ่งควรจะเป็นช่วงเริ่มต้นในอาชีพของคุณ แน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดในการทำเช่นนี้ คือ พยายามช่วยเหลือผู้อื่น 

ท้ายที่สุด ใช้เวลากับคนคิดบวกที่สนับสนุนความทะเยอทะยานของคุณ

 

12. การมีของทำให้รวย

ความเข้าใจผิดทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในวัยเด็กของผม คือ การที่คิดว่าผู้คนรวยด้วยการมีเงินเดือนสูง (มีข้อยกเว้นบางประการ เช่น คนดัง แต่มีเพียงไม่กี่คนในประวัติศาสตร์ปรากฎเป็นรายชื่อในนิตยสาร Forbes ที่ได้รับเช็คเงินเดือน)

คุณจะมั่งคั่งอย่างแท้จริงด้วยการเป็นเจ้าของสิ่งที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

นี่อาจเป็น ธุรกิจ อสังหาริมทรัพย์ ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพย์สินทางปัญญา หรือสิ่งที่คล้ายกัน แต่อย่างไรก็ดี คุณต้องเป็นเจ้าของสินทรัพย์บางสิ่งบางอย่าง  ไม่ใช่ขายเวลาของคุณ 

วิธีที่ดีที่สุดในการสร้างสิ่งที่เพิ่มมูลค่าอย่างรวดเร็ว คือ การสร้างสิ่งที่ผู้คนต้องการในวงกว้าง

 

13. ขับเคลื่อนภายใน

คนส่วนใหญ่ถูกขับเคลื่อนจากภายนอกเป็นหลัก พวกเขาทำสิ่งที่พวกเขาทำเพราะต้องการสร้างความประทับใจให้ผู้อื่น สิ่งนี้ไม่ดีด้วยเหตุผลหลายประการ

คนที่ประสบความสำเร็จมากที่สุด ที่ผมรู้จักนั้น มาจากพลังขับเคลื่อนภายในเป็นหลัก พวกเขาทำในสิ่งที่พวกเขาทำ เพื่อสร้างความสุขให้กับตัวเองและรู้สึกว่าได้ทำบางสิ่งให้เกิดขึ้นในโลก หลังจากที่คุณได้รับเงินมากพอที่จะซื้อสิ่งที่คุณต้องการ และสถานะทางสังคมมากพอจนมันไม่สนุกอีกต่อไปแล้ว นั่นจะเป็นพลังเดียวที่ผมรู้ว่า มันจะผลักดันให้คุณก้าวไปสู่ระดับที่สูงขึ้นต่อไป

นี่คือเหตุผลว่าทำไม คำถามถึงแรงจูงใจของบุคคล จึงมีความสำคัญมาก มันเป็นสิ่งแรกที่คุณจะเข้าใจเกี่ยวกับใครบางคน แรงจูงใจที่ถูกต้องนั้นยากที่จะกำหนดกฎเกณฑ์ต่างๆ แต่คุณจะสามารถบอกได้เองเมื่อคุณมีแรงจูงใจนั้น

Jessica Livingston และ Paul Graham คือ เกณฑ์มาตรฐานของผมสำหรับเรื่องนี้ พวกเขาถูกเยาะเย้ยอย่างกว้างขวางในช่วงสองสามปีแรก และมีเพียงไม่กี่คนที่คิดว่ามันจะประสบความสำเร็จ แต่พวกเขาคิดว่ามันคงจะดีสำหรับโลก ถ้ามันได้ผล พวกเขาชอบช่วยเหลือผู้คน และ พวกเขาเชื่อมั่นว่าโมเดลใหม่ของพวกเขาดีกว่ารุ่นเก่า

 

สุดท้ายนี้ จงกำหนด ความสำเร็จของคุณ ด้วยการทำงานที่ยอดเยี่ยมในด้านที่มีความสำคัญต่อคุณ ยิ่งคุณเริ่มไปในทิศทางนั้นเร็วเท่าไหร่ คุณก็ยิ่งไปได้ไกลเท่านั้น เป็นการยากที่จะประสบความสำเร็จในสิ่งที่คุณไม่ได้ชอบหรือหมกมุ่นอยู่กับมัน

คุณสามารถร่วมแสดงความคิดเห็นกับหัวข้อ ” สำเร็จ แบบ นักธุรกิจที่ประสบความสําเร็จ ระดับโลก แซม อัลท์แมน ต้องทำอย่างไร ” โดยการคอมเม้นต์ด้านล่างนี้ หรือ ทักไลน์มาคุยกันได้ที่ @brandingchamp

สำเร็จ
สำเร็จ

 

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *