7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด แล้ว

สัญญาณ 7 อย่างที่บอกว่าธุรกิจคุณต้องการที่ปรึกษาการตลาดแล้ว

ที่ปรึกษาการตลาด

เรื่องนี้ ความจริงก็คือ ธุรกิจส่วนใหญ่ไม่ได้ตื่นขึ้นมาแล้วคิดว่า “วันนี้ต้อง จ้างที่ปรึกษาการตลาด แล้ว” มันไม่ได้ทำงานแบบนั้น แต่มันจะมีสัญญาณเล็กๆ ค่อยๆ สะสม เหมือนเครื่องยนต์ที่เริ่มมีเสียงดัง ยังขับได้ แต่ถ้าไม่ดูตอนนี้ วันหนึ่งมันจะพังกลางทาง เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่ที่มาหาผมไม่ได้มาเพราะทุกอย่างพังหมด แต่มาเพราะเริ่มรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ลงตัว ยอดไม่โตเหมือนเดิม เงินหายไปกับการตลาดแต่ไม่รู้ว่าไปตรงไหน หรือรู้สึกว่าคู่แข่งทำอะไรบางอย่างที่เราทำไม่ได้

ผมอยากเล่าสัญญาณ 7 อย่างที่ผมเจอซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากการทำงานเป็นที่ปรึกษาการตลาดมาหลายปี ถ้าธุรกิจไหนเจอสักสองสามข้อ ผมว่าถึงเวลาที่ต้องหยุดแล้วทบทวนครับ

7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 5
7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 5

สัญญาณที่ 1 จ่ายเงินค่าการตลาดไปแล้วแต่ตอบไม่ได้ว่ามันคุ้มหรือเปล่า

ปัญหาจะเริ่มต้นจาก เจ้าของธุรกิจจ่ายค่า ads จ่ายค่าเอเจนซี่ จ่ายค่าทำคอนเทนต์ ทุกเดือน แต่ถ้าถามว่าเดือนนี้ใช้เงินไปเท่าไหร่แล้วได้ลูกค้ามากี่คน ตอบไม่ได้ ผมเคยเจอร้านอาหารเดลิเวอร์รี่ แถวสุขุมวิทที่จ่ายค่า facebook Ads เดือนละสี่หมื่นบาทมาตลอดปีครึ่ง แต่ไม่เคยรู้ว่าออเดอร์ ที่เข้ามาแต่ละวันมาจาก ads หรือมาจากลูกค้าประจำ ตอนที่ผมช่วยตั้ง tracking ให้ ปรากฏว่าเกือบครึ่งของงบ ads ถูกใช้ไปกับคนที่จะสั่งอยู่แล้ว เงินก้อนนั้นไม่ได้สร้างลูกค้าใหม่เลย

ปัญหาการตลาดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเอเจนซี่ทำไม่ดี แต่ไม่เคยมีใครนั่งดูว่าโครงสร้างการใช้เงินมันถูกต้องหรือเปล่า ตรงนี้แหละที่ที่ปรึกษาการตลาดเข้ามาช่วยได้ เพราะที่ปรึกษาจะดูภาพรวมทั้งหมดก่อนจะบอกว่าควรทำอะไรต่อ

มีอีกหนึ่งกรณี เป็นธุรกิจขายเฟอร์นิเจอร์ เจ้าของใช้เงินกับ Google Ads เดือนละหกหมื่น ตอนที่ผมเข้าไปดู พบว่าคีย์เวิร์ดที่เลือกใช้อยู่ส่วนใหญ่เป็นคำกว้างเกินไป คนที่คลิกเข้ามาไม่ได้ต้องการซื้อเฟอร์นิเจอร์จริงๆ แค่หาข้อมูลเฉยๆ ผมช่วยปรับคำค้น ให้ตรงกับความตั้งใจของลูกค้าจริง งบเท่าเดิมแต่ Lead ที่เข้ามาคุณภาพดีขึ้นเห็นได้ชัดภายในเดือนแรก

สัญญาณที่ 2 เปลี่ยนเอเจนซี่แล้วก็ยังได้ผลลัพธ์เหมือนเดิม

เจ้าของธุรกิจที่เปลี่ยนเอเจนซี่มาแล้วสามรายภายในสองปี ทุกครั้งที่เปลี่ยน เอเจนซี่ใหม่ก็สัญญาว่าจะดีกว่าเดิม แต่พอผ่านไปหกเดือนก็ยอดก็ยังนิ่งเหมือนเดิม ผมถามว่าเคยกลับมาตั้งคำถามกับตัวเองไหมว่า ปัญหาอาจไม่ได้อยู่ที่เอเจนซี่ 

ผมบอกตรงๆ ว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของปัญหาอยู่ที่กลยุทธ์ที่ไม่เคยถูกทบทวน เอเจนซี่ทำงานตามบรีฟ ถ้าบรีฟผิดตั้งแต่แรก เปลี่ยนเอเจนซี่กี่รายก็ได้ผลลัพธ์เดิม เหมือนเปลี่ยนคนขับรถทุกเดือนแต่ไม่เคยเปิดแผนที่ดูว่ากำลังขับไปถูกทางหรือเปล่า ตรงนี้ถ้ามีคนช่วยมาดูเรื่องวางแผนกลยุทธ์การตลาดใหม่ทั้งหมด ปัญหาจะเริ่มคลี่คลาย

หลังจากที่ผมเข้าไปดูให้ พบว่าการวางตำแหน่ง หรือ positioning ของแบรนด์ไม่ชัด สินค้าดีแต่สื่อสารไม่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย คนที่เห็น Ads ไม่ใช่คนที่จะซื้อ ผมช่วยปรับ positioning ใหม่ ส่งบรีฟใหม่ให้เอเจนซี่ ยังใช้เอเจนซี่เดิม ไม่ต้องเปลี่ยน แค่เปลี่ยนทิศ ภายในสามเดือนตัวเลขเริ่มขยับ นั่นเพราะปัญหาไม่เคยอยู่ที่คนทำ แต่อยู่ที่ทิศทางตั้งแต่ต้น

7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 3
7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 3

สัญญาณที่ 3 ทีมการตลาดทำทุกอย่างแต่ไม่มีใครดูภาพรวม

ธุรกิจแฟชั่นออนไลน์รายหนึ่ง มีคนดูแล ads คนหนึ่ง มีคนทำ content อีกคนหนึ่ง มีคนดู LINE OA อีกคน ทุกคนทำงานของตัวเองดี แต่ไม่มีใครยืนอยู่ข้างนอกมองว่าทั้งสามคนนี้กำลังวิ่งไปทิศเดียวกันหรือเปล่า ผมเข้าไปดูก็พบว่า ads พูดเรื่องหนึ่ง content พูดอีกเรื่อง LINE OA ก็สื่อสารอีกแบบ ลูกค้าที่เข้ามาจากแต่ละช่องทางเจอข้อมูลไม่ตรงกัน ความเชื่อมั่น ก็ลดลง

เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดของทีม แต่ไม่มีใครทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน ที่คอยประสานให้ทุกอย่างไปในจังหวะเดียวกัน ที่ปรึกษาการตลาดทำหน้าที่นี้ได้ดี เพราะเราไม่ได้อยู่ใน operation ประจำวัน เราอยู่ข้างนอกแล้วมองเข้าไป ซึ่งมันทำให้เห็นจุดที่คนข้างในมองไม่เห็น ผมมักบอกลูกค้าว่า “คุณไม่ได้ขาดคนทำงาน คุณขาดคนมองภาพรวม” 

ผมเสริมอีกนิดว่า ปัญหานี้ไม่ได้เกิดแค่กับ SME นะครับ ธุรกิจขนาดกลางที่มีทีมการตลาดสิบกว่าคนก็เจอเหมือนกัน แต่ละคนก้มหน้าทำหน้าที่ให้ได้ตาม KPI ของตัวเอง คนดู ads ก็ดูแต่ CPC คนทำ content ก็ดูแต่ engagement คนดู SEO ก็ดูแต่ ranking แต่ไม่มีใครนั่งดูว่าพอประกอบร่างทั้งหมดแล้วมันไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า ที่ปรึกษาที่ดีจะช่วยเชื่อมจุดเหล่านี้เข้าด้วยกัน แล้ววางแผนกลยุทธ์การตลาดที่ทุกคนเดินไปทางเดียวกันครับ

สัญญาณที่ 4 คู่แข่งวิ่งนำไปเรื่อยๆ แล้วไม่รู้จะไล่ตามยังไง

ร้านขายเครื่องสำอางออนไลน์รายหนึ่ง บอกว่าตอนเริ่มต้นขายเมื่อสี่ปีก่อนคู่แข่งน้อยมาก ยอดดี ทุกอย่างง่าย แต่ตอนนี้คู่แข่งเยอะขึ้น หลายเจ้าทำคอนเทนต์ได้ดีกว่า มีแบรนด์ชัดกว่า ยิงแอดเก่งกว่า แกรู้สึกว่าถูกแซงไปเรื่อยๆ แต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง เพราะยังติดอยู่กับวิธีเดิมที่เคยใช้ตอนเริ่มต้น

ผมเข้าไปดูก็พบว่าปัญหาไม่ได้อยู่ที่สินค้า สินค้าดีอยู่ แต่กลยุทธ์การตลาดไม่เคยถูกปรับตั้งแต่วันแรก ตลาดมันเปลี่ยนทุกหกเดือน แต่แผนการตลาดยังเป็นแผนเดิมจาก 5 ปีก่อน ดังนั้นที่ปรึกษาการตลาดในสถานการณ์แบบนี้จะเข้ามาช่วยวิเคราะห์ว่าคู่แข่งทำอะไรได้ดี อะไรที่เราทำได้ดีกว่า แล้ววางแผนกลยุทธ์การตลาดใหม่ให้สอดคล้องกับตลาดปัจจุบัน ไม่ใช่ตลาดเมื่อ 5 ปีก่อน

สิ่งที่ผมทำในกรณีนี้คือช่วยเจ้าของร้านทำ competitive analysis อย่างละเอียด ดูว่าคู่แข่งสามรายหลักเขาสื่อสารแบบไหน ใช้ช่องทางอะไร targeting กลุ่มไหน แล้วก็พบว่ามีช่องว่างในตลาดที่ไม่มีใครเข้าไปทำ ผมช่วยวางตำแหน่งใหม่ให้ร้านเข้าไปในช่องว่างนั้น ผลคือไม่ต้องแข่งตรงๆ กับคู่แข่งที่แข็งกว่า แต่ไปเล่นในพื้นที่ที่เราเป็นเจ้าของ ตรงนี้ต้องมีคนมาช่วยมองครับ เจ้าของที่อยู่ในวงการนานมักจะมองไม่เห็นช่องว่างเพราะคุ้นชินกับภาพเดิมๆ ไปแล้ว

7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 4
7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 4

สัญญาณที่ 5 ยอดขายนิ่ง ทั้งที่ลงทุนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ตัวเลขของธุรกิจขายอาหารเสริมรายหนึ่ง งบการตลาดเพิ่มขึ้นสามสิบเปอร์เซ็นต์จากปีก่อน แต่ยอดขายเพิ่มขึ้นแค่ห้าเปอร์เซ็นต์ ตัวเลขแบบนี้ถ้าไม่ดู มันดูเหมือนธุรกิจยังโตอยู่ แต่พอคิดสัดส่วนแล้วมันกำลังถอยหลังครับ เพราะค่าใช้จ่ายเพิ่มเร็วกว่ารายได้

ผมเจอรูปแบบนี้บ่อยในธุรกิจที่พึ่งพาการซื้อโฆษณา (Paid ads) เป็นหลัก ยิ่งยิงแอดเยอะ ค่า CPM ก็ยิ่งแพงขึ้น ลูกค้าใหม่ก็หายากขึ้น แต่ถ้าไม่ยิงก็กลัวยอดตก มันเหมือนติดอยู่ในวงจรที่ออกไม่ได้ ปัญหาการตลาดแบบนี้ต้องการคนที่เข้ามามองภาพรวมแล้วบอกว่า “ทิศทางนี้มันไม่ยั่งยืน ต้องสร้างช่องทางอื่นขึ้นมาเสริม” ซึ่งนั่นคืองานของที่ปรึกษาครับ ไม่ใช่งานของเอเจนซี่ที่มีหน้าที่ยิงแอดตามบรีฟ

อีกหนึ่งธุรกิจ เป็นร้านขายอุปกรณ์เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง ที่ติดอยู่ในวงจรนี้ ทุกเดือนงบ ads เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ยอดก็นิ่ง ผมเข้าไปวางแผนให้เริ่มสร้าง content แบบ organic ควบคู่ไปกับ ads ทำบทความ SEO เกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยง ทำวิดีโอสั้นๆ ช่วงสี่เดือนแรก traffic จาก organic ยังน้อย แต่พอเดือนที่ห้าเดือนที่หกเริ่มเห็นว่า organic เข้ามาแทนที่ส่วนหนึ่งของการซื้อโฆษณา (Paid ads) ได้ ทำให้ลดงบ ads ลงได้ประมาณยี่สิบเปอร์เซ็นต์โดยยอดขายไม่ลด ตรงนี้ต้องมีคนมาดูเรื่องการวางแผนกลยุทธ์การตลาดทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ดูที่ ads อย่างเดียว

สัญญาณที่ 6 เทคโนโลยีใหม่เข้ามาเร็วจนทีมตามไม่ทัน

เรื่องนี้ชัดขึ้นทุกปีครับ โดยเฉพาะหลังจาก AI เข้ามามีบทบาทในวงการการตลาด เจ้าของธุรกิจหลายคนรู้ว่า AI สำคัญ รู้ว่าต้องใช้ แต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน บางคนลองใช้ ChatGPT เขียน content แล้วก็หยุดอยู่แค่นั้น ทั้งที่ AI สามารถทำได้มากกว่านั้นเยอะ ตั้งแต่วิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ไปจนถึงปรับ ads ให้เหมาะกับแต่ละกลุ่มเป้าหมายแบบอัตโนมัติ

ผม อาจารย์แชมป์ ธิติพล เทียมจันทร์ ในฐานะ ที่ปรึกษาและวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดดิจิทัล อีคอมเมิร์ซ และปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งผมเป็นหนึ่งในคนที่ทำงานตรงจุดนี้ คือช่วยให้ธุรกิจเข้าใจว่า AI มันเข้ามาเปลี่ยนอะไรบ้างในเรื่องการตลาด แล้วจะประยุกต์ใช้ยังไงให้เหมาะกับธุรกิจของตัวเอง ผมเจอบ่อยว่าเจ้าของธุรกิจลองใช้ AI แบบกระจัดกระจาย ได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง เพราะไม่มีใครวางระบบให้ตั้งแต่ต้น

นอกจาก AI ก็ยังมีเรื่อง GEO, AIO, AEO, SEO เรื่อง short-form video เรื่อง social commerce ที่เปลี่ยนเร็วมาก ธุรกิจที่ไม่มีคนคอยติดตามเรื่องพวกนี้จะค่อยๆ ตกขบวน โดยที่เจ้าของอาจไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตกไปแล้ว ตรงนี้ถ้ามีที่ปรึกษาการตลาดดิจิทัลที่อัปเดตอยู่ตลอด จะช่วยคัดกรองว่าเทรนด์ไหนจำเป็นจริง เทรนด์ไหนแค่ผ่านมาแล้วก็ไป ไม่ต้องเสียเวลาไล่ตามทุกอย่าง

7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 1
7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 1

สัญญาณที่ 7 อยากขยายธุรกิจแต่ไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

สัญญาณนี้ต่างจากหกข้อก่อนหน้าตรงที่มันไม่ใช่ปัญหา แต่เป็นโอกาส ผมเจอเจ้าของธุรกิจหลายคนที่ธุรกิจไปได้ดีในระดับหนึ่ง มีกำไร ทีแต่พอถึงจุดที่อยากขยาย ไม่ว่าจะเป็นขยายสินค้าใหม่ ขยายไปต่างจังหวัด ขยายไปต่างประเทศ หรือขยายจาก offline เข้าสู่ online กลับรู้สึกว่าไม่รู้จะเริ่มจากตรงไหน

ผมเคยทำงานกับแบรนด์ขนมไทยที่ขายดีมากในกรุงเทพ เจ้าของอยากขยายไปภาคอีสาน แต่ไม่รู้ว่าตลาดที่นั่นต้องการอะไร ราคาเท่าไหร่ถึงจะขายได้ ช่องทางไหนถึงจะเข้าถึงลูกค้า ผมเข้าไปช่วยวิเคราะห์ตลาด ดูพฤติกรรมการซื้อของคนในพื้นที่ ดูว่าคู่แข่งในภาคนั้นเป็นใคร แล้วก็ช่วยวางแผนกลยุทธ์การตลาดเฉพาะสำหรับภาคอีสาน ไม่ใช่เอาแผนกรุงเทพไป copy paste

การขยายธุรกิจโดยไม่มีแผนมันเสี่ยงมาก ผมเคยเห็นธุรกิจที่ขยายเร็วเกินไปโดยไม่มีที่ปรึกษาช่วยวิเคราะห์ สุดท้ายเงินจม สต็อกค้าง แล้วก็ต้องถอยกลับมาจุดเดิม ดีไม่ดีเสียหายมากกว่าตอนที่ยังไม่ขยายด้วยซ้ำ

ธุรกิจนี้อยากเริ่มทำ e-commerce ด้วย เจ้าของร้านที่ขาย offline มาสิบยี่สิบปี อยากขายออนไลน์ แต่ไม่รู้ว่าจะเริ่มจาก marketplace หรือเว็บไซต์ตัวเอง จะตั้งราคายังไงไม่ให้ตัดราคาหน้าร้านตัวเอง จะจัดส่งยังไง จะวัดผลยังไง คำถามพวกนี้ต้องการที่ปรึกษาที่เข้าใจทั้งการตลาดและ e-commerce มาช่วยวางแผนตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ลองผิดลองถูกเอง

อีกกรณีร้านขายอะไหล่รถยนต์แถวรังสิตที่อยากเข้า online แต่ไม่เคยทำเลย ผมเข้าไปช่วยวางแผนเป็นเฟส เฟสแรกเริ่มจาก Google Business Profile และ LINE เก็บฐานลูกค้าเก่าก่อน เฟสที่สองเริ่มลง marketplace แต่เลือกเฉพาะบางรายการที่ margin ดีพอ เฟสที่สามถึงค่อยทำเว็บไซต์ตัวเอง แบบนี้ไม่ต้องลงทุนหนักตั้งแต่ต้น และแต่ละเฟสมีตัวเลขวัดผลชัดเจนก่อนจะไปเฟสถัดไป

ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ ควรทำอย่างไร

ผมรู้ว่าหลายคนอ่านมาถึงตรงนี้แล้วอาจรู้สึกว่าเจอหลายข้อ แต่ยังไม่แน่ใจว่า ต้องจ้างที่ปรึกษาการตลาด จริงหรือเปล่า ผมอยากบอกว่าไม่ต้องรีบตัดสินใจครับ แต่มีสิ่งที่ทำได้ตอนนี้เลย

อย่างแรก ลองนั่งเขียนออกมาว่าตอนนี้ธุรกิจของคุณใช้เงินค่าการตลาดเดือนละเท่าไหร่ แล้วได้อะไรกลับมาบ้าง ถ้าเขียนออกมาชัดเจน ก็ดี แปลว่าคุณมีข้อมูลพอที่จะจัดการเองได้ แต่ถ้าเขียนแล้วรู้สึกว่ามันมั่วไปหมด ไม่รู้ว่าเงินไปตรงไหน ไม่รู้ว่าอะไร work อะไรไม่ work นั่นคือสัญญาณที่ชัดมากว่าต้องมีคนเข้ามาช่วยจัดระเบียบครับ

อย่างที่สอง ลองถามตัวเองว่าถ้าต้องอธิบายกลยุทธ์การตลาดของธุรกิจตัวเองให้คนอื่นฟังภายในห้านาที จะอธิบายได้ไหม ถ้าตอบไม่ได้ หรือตอบได้แต่รู้สึกว่ามันเป็นแค่ “ก็ยิงแอดไปเรื่อยๆ” โดยไม่มีเหตุผลเชิงกลยุทธ์รองรับ นั่นแปลว่ายังไม่มีกลยุทธ์ที่แท้จริง ผมเคยใช้คำถามนี้กับเจ้าของธุรกิจหลายคน แล้วส่วนใหญ่จะหยุดนิ่งไปสักพัก เพราะพอคิดจริงๆ ก็ตอบไม่ได้ ตรงนั้นแหละครับที่เริ่มเห็นว่าต้องมีคนมาช่วยจัดระเบียบความคิดเรื่องการตลาดทั้งหมด

อย่างที่สาม ลองคุยกับที่ปรึกษาก่อนโดยไม่ต้องจ้าง ที่ปรึกษาหลายคนรวมถึงผมด้วย เปิดให้คุยเบื้องต้นได้ก่อน เพื่อประเมินว่าเราช่วยได้จริงหรือเปล่า การจ้างที่ปรึกษาการตลาดไม่จำเป็นต้องเริ่มจากสัญญาใหญ่ บางทีแค่นัดคุยสองชั่วโมงก็อาจเห็นทางออกที่หาเองไม่เจอมาหลายเดือน

อย่างที่สี่ ให้ดูว่าที่ปรึกษาคนนั้นมีประสบการณ์ตรงกับอุตสาหกรรมของคุณหรือเปล่า ที่ปรึกษาที่เคยทำงานกับธุรกิจแบบเดียวกันจะเข้าใจ pain point ได้เร็วกว่า ไม่ต้องเสียเวลาอธิบายตั้งแต่ศูนย์ ผมเคยเห็นเจ้าของธุรกิจจ้างที่ปรึกษาที่เก่งมากแต่ไม่เคยทำงานกับอุตสาหกรรมนั้น สุดท้ายเสียเวลาสองเดือนแรกแค่เรียนรู้ว่าธุรกิจนี้มันทำงานยังไง

อีกเรื่องที่ผมอยากพูดถึงคือ อย่ากลัวว่าจ้างที่ปรึกษาแล้วจะต้องเปลี่ยนทุกอย่าง ที่ปรึกษาที่ดีจะไม่เข้ามารื้อทุกอย่างที่คุณทำ แต่จะดูว่าอะไรที่ work อยู่แล้วให้ทำต่อ อะไรที่ไม่ work ก็หยุด แล้วอะไรที่ยังไม่ได้ทำแต่ควรทำก็เริ่ม ฟังดูเรียบง่ายแต่เจ้าของธุรกิจหลายคนมองไม่เห็นตรงนี้ครับ

7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 6
7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด 6

สิ่งที่ผมเรียนรู้จากการเห็นสัญญาณเหล่านี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ผมทำงานเป็น ที่ปรึกษาการตลาด มาหลายปี สิ่งหนึ่งที่ผมเรียนรู้คือเจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่รู้ว่ามีอะไรผิดปกติอยู่ แต่มักจะรอนานเกินไปกว่าจะขอความช่วยเหลือ บางคนรอจนงบหมด บางคนรอจนทีมลาออก บางคนรอจนคู่แข่งทิ้งห่างไปไกลมาก ผมเข้าใจนะครับ เพราะการยอมรับว่าต้องพึ่งคนนอกมันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนที่สร้างธุรกิจมากับมือ

แต่ผมอยากบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องของเก่งหรือไม่เก่ง เจ้าของธุรกิจที่เก่งที่สุดที่ผมเคยเจอก็ยังจ้างที่ปรึกษา เพราะแกเข้าใจว่าตัวเองมีจุดบอด ทุกคนมีจุดบอดครับ คนที่อยู่ใกล้ปัญหาเกินไปจะมองไม่เห็นปัญหา เหมือนคนที่ยืนชิดภาพเขียนมากจนเห็นแต่จุดสี แต่มองไม่เห็นภาพทั้งหมด ที่ปรึกษาเป็นคนที่ถอยออกมาสองสามก้าวแล้วบอกว่า “ลองมองดูนะ ภาพรวมมันเป็นแบบนี้”

เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าที่ปรึกษาที่ดีคือคนที่มีคำตอบเสมอ แต่ตอนนี้ผมเปลี่ยนใจ ผมคิดว่าที่ปรึกษาการตลาดที่ดีคือคนที่มีคำถามที่ดี คำถามที่ทำให้เจ้าของธุรกิจหยุดคิด ทบทวน แล้วมองเห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น บางทีคำถามเดียวก็เปลี่ยนทิศทางธุรกิจได้ทั้งบริษัท ผมเจอแบบนั้นมาแล้วหลายครั้ง

เจ็ดสัญญาณที่ผมเล่ามานี้ไม่ได้หมายความว่าเจอแล้วต้องจ้างที่ปรึกษาทันที บางข้อแก้ได้เอง บางข้อแค่ปรับภายในก็ดีขึ้น แต่ถ้าเจอสามข้อขึ้นไปพร้อมกัน ผมว่าถึงเวลาที่ต้องคุยกับคนนอกจริงๆ ครับ

ธุรกิจหนึ่งย่านทองหล่อ ใช้เวลาประมาณเดือนครึ่ง เริ่มเห็นว่าเงินรั่วตรงไหน ปรับแผนใหม่ แล้วยอดก็เริ่มขยับ ไม่ได้หวือหวา แต่มันเป็นการขยับแบบที่อธิบายได้ว่าเพราะอะไร ผมว่าตรงนี้แหละที่มีค่ากว่ายอดที่ขยับขึ้นมาเฉยๆ โดยไม่รู้สาเหตุ เพราะถ้าอธิบายได้ ก็ทำซ้ำได้ ถ้าทำซ้ำได้ มันก็ยั่งยืน สิ่งที่ได้มากที่สุดไม่ใช่แผน แต่เป็นวิธีคิดที่เปลี่ยนไป ตั้งคำถามเป็น เลือกเอเจนซี่เป็น ผมว่านั่นแหละ คือ จุดที่งานของที่ปรึกษาการตลาดสำเร็จแล้วจริงๆ ครับ @brandingchamp

7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด
7 สัญญาณ บอกว่าธุรกิจคุณต้องการ ที่ปรึกษาการตลาด

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *