ทฤษฎีการสร้างแบรนด์ และ กลยุทธ์สร้างแบรนด์ แบบ The Beatles Model

ทฤษฎีการสร้างแบรนด์ และ กลยุทธ์สร้างแบรนด์ แบบ The Beatles Model

ทฤษฎีการสร้างแบรนด์

ทฤษฎีการสร้างแบรนด์ และ กลยุทธ์สร้างแบรนด์ การเริ่มต้นสร้างธุรกิจ ด้วย เดอะบิทเทิลส์โมเดล (The Beatles Model) สำหรับ ผู้ประกอบการมือใหม่ ที่อาจจะกระโดดออกจากการเป็นมนุษย์เงินเดือน เพื่อมา เริ่มต้นสร้างธุรกิจส่วนตัว หรือ จะเป็นนักเรียนนักศึกษาที่เรียนอยู่ หรือ จบมาใหม่ๆ ที่อยากเป็น ผู้ประกอบการ (Entrepreneur) บ้าง วันนี้ เรา มีโมเดลหนึ่ง ที่อยากจะนำเสนอ นี่เป็นความรู้ที่ได้มาจากคุณ Roger Hamilton ขอให้เครดิตเค้าหน่อย

กลยุทธ์สร้าง แบรนด์
กลยุทธ์สร้าง แบรนด์
อันที่จริงแล้วนั้น ทฤษฎีการสร้างแบรนด์ การเริ่มต้นธุรกิจ คุณไม่จำเป็นเลยที่จะต้อง เริ่มนับ 1 ใหม่เองทั้งหมดก็ได้ แต่

 

1. อย่างแรก ที่ควรจะเริ่มต้น ก็คือ เลือกธุรกิจที่ตัวเองมีความปรารถนา และ ชื่นชอบที่จะทำมั

 

2. ให้เริ่มจากการเข้าสู่กระแสธุรกิจนั้นให้ได้ซะก่อน

 

คุณไม่ต้องลงทุนก็ตั้งบริษัทเองโดยเริ่มจาก 0 แล้ว วิ่งหางาน หาลูกค้า

 

ที่คุณต้องทำ คือ แค่ลองมองหาธุรกิจ หรือ ผู้ประกอบการที่ประสบความสำเร็จแล้ว ที่เขามีชื่อเสียง หรือ โดดเด่นในธุรกิจแนวนั้นอยู่แล้ว และ ขอเข้าร่วมเป็นหุ้นส่วนพาสเนอร์ หรือ ผู้ช่วยเหลือ หรื
แม้กระทั่ง ขอเป็นคนงานในงานต่างๆที่สามารถพอจะช่วยได้ แต่ ไม่ได้บอกให้ไปเป็นลูกจ้างเขานะครับ แบบนี้เรียกว่า กลยุทธ์ สร้างแบรนด์

 

มี มายด์เซ็ท Mindset อันนึง ที่ค่อนข้างดี สำหรับผู้ประกอบการในยุคปัจจุบันนี้ คือ

 

เดิมที พวกเราคนในวัย เบบี้บูม (Baby Boomer) เจนเอ็กซ์ (Gen X) รวมถึง เจนวาย (Gen Y) ตอนต้นๆ เราอยู่ในยุคของการศึกษาที่ออกแบบมาเพื่อ ให้ผู้ที่เรียนจบ มาเป็นแรงงาน หรือ ตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรม

 

นี่คือ สิ่งที่ยุคอุตสาหกรรมได้ออกแบบไว้ และ ครอบงำความคิดผู้คน มาโดยตลอด ดังนั้น จะสังเกตว่า ในการศึกษา หรือ แม้กระทั่งการดำเนินชีวิตโดยทั่วไป คนในยุคอุตสาหกรรม จะ เน้น คำว่า ขอ (Request) เป็นส่วนใหญ่

 

เริ่มต้นจากครอบครัว ซึ่งก็จะมีกฎระเบียบ และ แนวทางปฏิบัติลูกลูก ซึ่งก็จะต้อง “ขออนุญาต” ผู้ปกครองในการทำนั่นทำนี่

 

พอมาถึงที่โรงเรียน นักเรียนก็จะต้อง “ขออนุญาต” ครู แม้กระทั่งจะถาม หรือ จะตอบในห้องเรียน หรือ แค่การจะขอเข้าห้องน้ำ ก็ต้องได้รับอนุญาตก่อน

 

ดังนั้น คนส่วนใหญ่ที่จบมาในระบบการศึกษาของยุคอุตสาหกรรม ก็จะจบมาเพื่อ วิ่ง “ขอ” งานเค้าทำ

 

ซึ่งหากใครมีแนวคิดในลักษณะนี้อยู่ ก็ไม่ผิด เพราะว่า ระบบสังคมได้ฝังแนวความคิดนี้ ให้กับคนส่วนใหญ่ไว้อย่างจมลึกเสียแล้ว

 

แต่สำหรับใน ยุค Information Technology หรือ ในยุคของโซเชียลเน็ตเวิร์ค Social Network อย่างในปัจจุบันนี้ โอกาสทุกอย่างเปิดกว้าง และ เปิดกว้างให้สำหรับทุกๆคน

 

ดังนั้น แนวความคิดของการ “ขอ” อาจจำเป็นน้อยลง

 

ในการจะทำธุรกิจ หรือ ประกอบกิจการ อย่างหนึ่ง เราไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจาก 0 แล้ว วิ่ง “ขอ” งาน สิ่งที่เราสามารถทำได้ คือ มองหาธุรกิจหรือผู้ประกอบการที่มี Success Stories หรือ มีความสำเร็จอยู่แล้ว ในปัจจุบัน

 

แล้ว หาคุณค่าในตัวคุณเอง ว่า สามารถส่งมอบคุณค่าเหล่านั้น เพื่อเป็นประโยชน์ตอบแทน กับ เจ้าของธุรกิจ หรือ ผู้ประกอบการที่คุณต้องการเป็นพาร์ทเนอร์ Partner หรือ เป็นคู่ค้า หรือ แม้กระทั่งเป็นผู้ช่วยเหลือเกื้อกูลกันในแนวธุรกิจ

 

การทำลักษณะนี้ คุณไม่จำเป็นต้องไปเป็นลูกจ้างเขาเสมอไป หากคุณค่าในตัวคุณมีมากเพียงพอ คุณก็จะได้เริ่มธุรกิจด้วยกัน และนี่คือ ทฤษฎีการสร้างแบรนด์ และ กลยุทธ์สร้างแบรนด์
กลยุทธ์สร้าง แบรนด์
กลยุทธ์สร้าง แบรนด์
การทำลักษณะนี้ สามารถดูตัวอย่างได้จากเดอะบิทเทิลส์โมเดล The Beatles Model หรือ ลักษณะ การสร้างตัวตน สร้างวงให้มีชื่อเสียง ทฤษฎีการสร้างแบรนด์ และ กลยุทธ์ สร้างแบรนด์ ด้วย โมเดลธุรกิจ แบบ  เดอะบิทเทิลส์

 

ในช่วง 5 ปีแรก ของ วงเดอะบิทเทิลส์

 

พวกเค้าไม่ได้เริ่มต้นวง แล้วดังเลยทันที ซึ่ง ถ้าพวกเค้า เริ่มต้นสร้างแบรนด์ ด้วยการก่อตั้งวง พร้อมกับ โปรโมทเพลงของวงตัวเองเลยทันที อาจจะไม่มี เดอะบิทเทิลส์ แบบทุกวันนี้ ก็เป็นได้

 

แล้วพวกเขาอยู่ได้อย่างไร ในช่วง 5 ปีแรก เค้าเอาอะไรยาไส้ก้น พวกเค้าอยู่ได้ เพราะว่า เขาเริ่มต้นโดยการเล่น Cover เพลงของศิลปินซึ่งโด่งดังอยู่แล้ว คือ บัดดี้ฮอลลี่
พวกเขาตะเวนเล่นดนตรีตามผับ ตามบาร์ ต่างๆ และ ก็ ค่อยๆใช้ กลยุทธ์ สร้างแบรนด์ โดยการ โปรโมท ด้วยการ เขียนใบปลิว หรือ โพสตอร์ ตามหน้าร้าน ว่า

 

ค่ำคืนนี้ !! มีการเล่นเพลงของ บัดดี้ ฮอลลี่ โดย เดอะบิทเทิลส์

 

ดังนั้น แม้ว่าพวกเขาจะยังไม่ได้ออกอัลบั้มเลย หรือ เล่นเพลงของตัวเองเลยทันที แต่เขาก็ยังสามารถสร้างรายได้ ให้กับวงของพวกเขาได้อย่างต่อเนื่องในช่วง 1 ถึง 3 ปีแรก
หลังจากนั้นในปีที่ 4 พวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก และ ได้เริ่มมีโอกาส ขึ้นแสดงเป็นวงดนตรีเปิด ให้กับงานคอนเสิร์ตหลายหลายงาน ซึ่งพวกเขาก็ยังเล่นเพลงของ บัดดี้ ฮอลลี่ อยู่ แต่พวกเขาก็จะเล่นเพลงของพวกเขาเองบ้าง 1 ถึง 2 เพลงสอดแทรกเนียนๆไป

 

เมื่อถึงปีที่ 5 พวกเขาเริ่มเป็นที่รู้จัก และแล้ว กลยุทธ์การสร้างแบรนด์ ก็เริ่มผลิดอกออกผล ผลงานของพวกเค้าแพร่หลาย จนในที่สุดจึงได้ทำเพลงของพวกเขาเอง และ ออกอัลบั้ม จนโด่งดังมาถึงทุกวันนี้

 

และ กลยุทธ์ สร้างแบรนด์ ด้วยการทำลักษณะนี้ สามารถนำมาประยุกต์ ใช้กับการทำธุรกิจได้อย่างดีเยี่ยม โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเริ่มต้นจาก 0 และ วิ่งหาลูกค้าเอง เพราะนั่นอาจทำให้คุณล้มเหลวได้ง่ายกว่า

 

จงวิ่งเข้าหา กระแส ผู้ประกอบการที่เขาได้สร้างไว้ก่อนแล้ว

 

จงอยู่ใน กระแส นั้น จนวันนึงคุณสามารถ โดดเด่นออกมา

 

วันนั้นแหละ ธุรกิจของคุณ ก็จะประสบความสำเร็จได้ อย่างเช่น วงเดอะบิทเทิลส์

ในเรื่องของกระแสของผู้ประกอบการนั้น แนวคิดนี้ มีเรื่องน่าสนใจ มาเล่าให้ฟัง

เริ่มต้นจากว่าสมัยเด็กๆ โรเจอร์ ซึ่งเป็นน้องคนสุดท้องของบ้าน มีพี่ชายคนโต และ พี่สาวคนกลาง เป็นเพื่อนเล่นกันมาโดยตลอด พ่อของโรเจอร์ทำธุรกิจ ที่จะต้องมีการออกนอกสถานที่อยู่บ่อยบ่อย ไปต่างจังหวัดบ้าง ไปต่างประเทศบ้าง เรื่องมันเริ่มต้นที่บ้านของโรเจอร์ ที่นั่นมีสระน้ำ ซึ่งมันจะเป็นปัญหาทุกครั้ง
ที่ครอบครัวของเขาเดินทางไปที่อื่น พอกลับมา ก็จะพบว่าใบไม้ เศษไม้กิ่งไม้ ต่างๆ ตกลงไปในสะสมในสระจนเต็มไปหมด 3 พี่น้อง ก็จะมีหน้าที่ ซึ่งพวกเขาเองก็เบื่อที่จะทำ มัน คืต้องมาช่วยกันตักเศษไม้ กิ่งไม้ ต่างๆ ในสระ ออกมาทิ้ง มันใช้เวลานาน และเป็นงานที่น่าเบื่อ แม้ว่าจะช่วยกัน 3 คนแล้วก็ตาม
เรื่องราว ก็จะเป็นอย่างนี้ ทุกครั้งไป ที่ครอบครัวมีอันจะต้องออกไปที่อื่น และ กลับมา มันก็จะเป็นแบบนี้อยู่ร่ำไป จนกระทั่ง มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่คนโตของโรเจอร์
นึกอุตริอะไรขึ้นมาไม่รู้ เค้ากระโดดลงไปในสระ ทั้งๆที่มันยังมี ใบไม้ กิ่งไม้ ล่วงอยู่ในนั้นเต็มไปหมด
พี่ของโรเจอร์ เริ่มวิ่งวน เป็น วงกลม ไปรอบๆ สระ โรเจอร์ เห็นอย่างนั้น ก็เริ่มตะโกนโวยวาย ว่า นี่ไม่ใช่เวลาจะมาเล่นนะ เราต้องช่วยกันเก็บ เศษกิ่งไม้ ใบไม้

 

แต่ พี่สาวคนรอง กลับ นึกสนุกขึ้นมาอีกเหมือนกัน วิ่งไล่ตามพี่คนโต วนเป็นวงกลมตามไปอีก สุดท้าย โรเจอร์เองก็กระโดดลงไปวิ่งวนตามพี่พี่ ไปอีกคน
แล้วพวกเขาเองก็ประหลาดใจ เพราะเมื่อยิ่งวนวิ่งวนไปรอบรอบนานเข้า ใบไม้ กิ่งไม้ ที่รออยู่ เริ่มวนไปกองอยู่ที่กลางสระ
เนื่องจาก กระแสน้ำเริ่มวน ทันใดนั้น พวกเค้าก็รู้ทันที ว่า นี่แหละ คือ การกระทำที่ถูกต้องแล้ว เมื่อ ใบไม้ และ กิ่งไม้ มารวมกัน ที่กลางสระ พวกเราก็แค่ ช่วยกันตักมันออกจากที่กลางสระ แค่นั้น  มันง่ายกว่ากันมากเลย
พวกเขาก็เลย รีบวิ่งวนเพื่อให้เกิดน้ำวน แล้วรวม เอา เศษกิ่งไม้ ใบไม้ ไปอยู่กลางสระให้มากขึ้จนในที่สุด โรเจอร์ รู้สึกว่า เขาซึ่งเป็นน้องคนสุดท้องที่ตัวเล็กที่สุด แทบจะไม่สามารถต้านทาน กระแสน้ำวน นั้นได้
เค้าจึงเริ่ม หยุดวิ่ง และ ยกตัวลอยขึ้น แบบเท้าไม่ติดพื้น เค้าไม่ต้องออกแรงเลย
แต่เขายังคงลอยอยู่ในกระแสน้ำวนนั้น ตามพี่พี่ของเขาได้ จากนั้น เหมือนพี่สาวของโรเจอร์ ก็รู้สึกได้เช่นเดียวกัน จึงทำตัวลอยขึ้น แบบเท้าไม่ติดพื้น และ นั่นเอง ทำให้พวกเขา รู้ และ เข้าใจถึงการเข้าไปอยู่ในกระแสอะไรซักอย่าง
นี่เป็น ต้นกำเนิดของ กลยุทธ์ สร้างแบรนด์ แนวคิดในการเริ่มต้นทำธุรกิ
ที่ไม่ต้องเริ่มต้นเองทั้งหมด เพียงแค่คุณกระโดดเข้าไปอยู่ในกระแสของธุรกิจ
หรือ ผู้ประกอบการที่เขาประสบความสำเร็จอย่างดียิ่งอยู่แล้ว แค่นั้น
คุณก็สามารถลอยตัวตามไปแบบเท้าไม่ติดพื้นได้ทันที
กลยุทธ์สร้างแบรนด์
กลยุทธ์สร้างแบรนด์

ทฤษฎีการสร้างแบรนด์ และ กลยุทธ์ สร้างแบรนด์ สร้างธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ ผู้ประกอบการรายใหม่

 

ต้องมีแนวคิด มีกลยุทธ์ ที่สำคัญ ต้องมีทำการบ้าน ด้วย การค้นคว้าหาข้อมูล ให้แน่น ครบถ้วน หาไอเดียที่ดี สามารถนำมาประยุกต์ ดัดแปลง ให้ตรงความต้องการตลาดได้และนี่คือ 4 กลยุทธ์สร้างแบรนด์ ให้ประสบความสำเร็จ สามารถนำไปใช้เป็น เข็มทิศเพื่อเริ่มต้นทำธุรกิจของคุณให้ไปถูกทิศทาง

 

1. การค้นคว้าหาข้อมูล Search

เข้าใจเกี่ยวกับแนวคิดการสร้างแบรนด์ คุยกับคนที่สำเร็จมาก่อน ไม่ใช่คุยแต่กับที่ปรึกษา เท่านั้น และนอกจากนี้ยังรวมไปถึงการคุยกับกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้ตนเอง และนำความรู้จากการสนทนามาใช้ให้เป็นประโยชน์ ถ้าหากเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ อาจยากต่อการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าให้เปลี่ยนมาทดลองเริ่มใช้ของใหม่ๆ ดังนั้น จึงต้องหาวิธีให้ ผลิตภัณฑ์และบริการของคุณประสบความสำเร็จ

 

2. ทำสำรวจ Survey

สร้างแบบสอบถาม ซึ่ง แบบสำรวจออนไลน์ ง่ายที่สุดในการนำมาเก็บข้อมูลพื้นฐานทั่วไป เพราะ การที่ลูกค้าตอบแบบสำรวจ จะทำให้คุณได้รู้ข้อมูลของกลุ่มเป้าหมาย การสำรวจจะได้ผล นั้น อาจจะมาพร้อมกับงบประมาณ แต่เงินที่ใช้ไปก็ต้องใช้ให้ได้ผลที่สุด และต้องให้ได้ข้อมูลตรงจากกลุ่มเป้าหมายในตลาดของคุณให้ได้มากที่สุด ข้อมูลจากแบบสอบถาม จะทำให้คุณมีข้อมูลช่วยในการตัดสินใจ และ ช่วยแก้ปัญหาให้ลูกของคุณได้ตรงและง่ายขึ้น

 

3. ศึกษาจากผู้มีประสบการณ์ Study

ที่ปรึกษาในการทำธุรกิจ หรือ ที่ปรึกษาการตลาด ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้การดำเนินธุรกิจของคุณเป็นไปอย่างราบรื่น และ เข้าสู่เป้าหมายทางธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น อีกด้วย นอกจากนั้น อาจจะยังทำให้คุณ ได้เข้าใจเพิ่มมากขึ้น ว่า อะไรบ้างที่เป็นปัจจัยของความสำเร็จ แนวคิดทางธุรกิจเป็นสิ่งที่จำเป็นมาก แต่ การพัฒนาแนวความคิดก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่นกัน ผู้มีประสบการณ์มาก่อน จะช่วยประหยัดเวลาการลองผิดลองถูกของคุณได้มากมายมหาศาล

 

4. โฆษณาให้ตรงกลุ่ม Segment

การโฆษณาเป็น เครื่องมือทางการตลาด ที่สามารถสร้างการจดจำของแบรนด์ธุรกิจของคุณให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย การแบ่งกลุ่มเพื่อเจาะให้ตรงลูกค้า จะทำให้คุณ บอกว่าได้ว่า ใครที่สนใจ และ ตื่นเต้น กับผลิตภัณฑ์ของคุณ และจะนำไปสู่การ “ซื้อ” เมื่อลูกค้า ซื้อ แล้ว ควรมีการติดตามผล สอบถามความพึงพอใจ ขอความคิดเห็นของพวกเขาด้วย สิ่งนี้จะช่วยในการตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในตลาดที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันได้ง่ายขึ้น

 

กลยุทธ์สร้างแบรนด์
กลยุทธ์สร้างแบรนด์

 

กลยุทธ์ สร้างแบรนด์ ในการเริ่มต้นทำธุรกิจ จะเป็นรากฐานที่ดี ในการเริ่มต้นที่ประสบความสำเร็จ สนใจขอคำปรึกษาในเรื่อง กลยุทธ์ สร้างแบรนด์ สามารถทักไลน์ มาได้ที่ Line ID : @brandingchamp

4 Replies to “ทฤษฎีการสร้างแบรนด์ และ กลยุทธ์สร้างแบรนด์ แบบ The Beatles Model”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น